บทที่ 2 : ทำอย่างไรให้ได้ทำงานในเอเจนซี่ (สาย Marketing )

ทำอย่างไรให้ได้ทำงานในเอเจนซี่ (สาย Marketing )

Marketing คือบุคลากรสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้เอเจนซี่เติบโตไปได้อย่างไร้ขีดจำกัดในเรื่องของการเงิน และ Income โดยที่บางเอเจนซี่ไม่จำเป็นต้องมี Creative หรือ Production ก็สามารถทำเงินได้เป็นร้อยๆ ล้านจากการจ้าง Marketing เข้ามาทำงานเพียงแผนกเดียว แต่… เอเจนซี่นั้นก็จะไม่สามารถเพิ่มขีดจำกัดของการคิดงาน Creative หรือ Production เจ๋งๆ ได้เลย… และชื่อเสียงของเอเจนซี่นั้น ก็จะค่อยๆ เริ่มเสื่อมถอยลง จืดชืด เหมือนอีตัวที่ไร้ลีลาราคาถูกแถวสวนลุมฯ ไม่มีผลงานอะไรที่โดดเด่น ไร้เสน่ห์ และไม่น่าจดจำเหมือนกับเอเจนซี่มี Creative Production ติดไว้อยู่กับตัว

แต่ก็อย่างที่ว่า… เงินคือพระเจ้า เรื่องระยำเหล่านี้มันจึงบังเกิดขึ้นกับเอเจนซี่บางแห่ง ที่เน้นกินแต่ค่าหัวคิวจากลูกค้าในการ ซื้อ-ขาย สื่อ Media ต่างๆ ที่มีอยู่ในมือด้วยการกดดันเอาราคา Media ถูกๆ จาก Supplier ด้วยการจอง และซื้อสื่อในปริมาณที่มากๆ และใช้อำนาจต่อรองกับลูกค้าโง่ๆ ที่ยอมให้เอเจนซี่จูงจมูกไปวันๆ เหมือนควายน้อยในกำมือ แถมยังบวกค่า Agency Fee เข้าไปอีก 10% เป็นอย่างต่ำ เพียงเท่านี้เอเจนซี่ระยำก็สามารถทำกำไรได้มหาศาลกับการวางแผนการ ซื้อ-ขาย สื่อให้กับลูกค้าผู้น่ารักอย่างสบายๆ ง่ายๆ และแยบยล

Marketing สามารถแตกแขนงไปได้หลายสาขา เหมือนกับแผนก Creative และ Production เช่นกัน แต่ในความสำคัญของ Marketing จะแบ่งออกเป็น 3 สายหลักๆ คือ

1. Media Planner : มีหน้าที่เข้าหาลูกค้าที่กระสันอยากจะซื้อสื่อ Media คอยวางแผนและ ตารางจัดการ ซื้อ-ขายสื่อ และติดต่อสัมพันธ์กับลูกค้า รวมไปถึงการทำ Report และสรุปผลของสื่อ ที่ซื้อ-ขายไปให้กับลูกค้าแบบนั่งเทียนเขียนเอาให้ดูอลังการมหากาพย์ภาพยนต์หลอกกระบือผู้น่ารัก ไปวันๆ

2. Media Buyer : มีหน้าที่จัดการซื้อสื่อ ให้ได้ตามที่ลูกค้า หรือ Media Planner ต้องการ จัดการตารางการซื้อ-ขาย และคอยกดขี่ต่อรอง Supplier อย่างขูดรีดขูดเนื้อ ให้ได้ราคาซื้อที่ถูกที่สุด หรือเพียบพร้อมด้วยการลด แลก แจก แถม เพื่อนำผลประโยชน์เข้ามาสู่เอเจนซี่ของตนให้ได้มากที่สุด ราวกับว่าระบบไพร่ทาสยังไม่ได้ถูกยกเลิก

3. Account Executive (AE) :  มีหน้าที่เข้าหาลูกค้าที่กระสันอยากจะผลิตงาน Creative Production คอยเป็นคนกลางระหว่างลูกค้า กับ Creative Production เพื่อให้การสร้างสรรค์งานผลงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แม้จะต้องยอมปลดกระดุมเม็ดบน และตะล่อมด้วยน้ำเสียงอันอ่อนหวาน ออดอ้อนให้ไอ้พวก EGO จัด ยอมลดหย่อนผ่อนปรน หรือให้แม่งยอมแก้งานให้

เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า…

10 คุณสมบัติของ Marketing ที่ดี (มากๆ) ควรมีดังต่อไปนี้

1. สวย, น่ารัก / หล่อ, มีเสน่ห์
2. หุ่นดี / นมใหญ่
3. เป็นไอ้อึด และอีถึก
4. ขี้ประจบสอพลอ ตอแหลขั้นเทพ
5. ใช้ของแบรนเนม อย่างน้อย 1 ชิ้น เช่น กระเป๋าถือ นาฬิกา
6. ภาษาอังกฤษต้องแน่น …หรือถ้าไม่แน่นเลย… คุณก็ควรจะฝึกพูดภาษาไทยคำ อังกฤษคำ
7. ฉลาดในการต่อรองกับ Supplier
8. ทำความเข้าใจ และวางแผนจัดการกับงาน ในท่ามกลางสงครามระหว่างลูกค้าผู้งี่เง่า และ EGO ของแผนก Creative หรือ Production
9. หากิ๊ก หรือหาผัว ที่อยู่ในแผนก Creative หรือ Production
10. วางมาด พูดจาให้ดูฉลาด ฉะฉาน มั่นใจ… แม้ว่าคุณจะไม่รู้ห่ารู้เหวอะไรอย่างถ่องแท้เลยก็ตาม

ด้วย 10 คุณสมบัตินี้ จะทำให้คุณ เป็น Marketing ขั้นเทพในเอเจนซี่โฆษณาได้ โดยที่ไม่ต้องการคำอธิบายอะไรให้มันยืดเยื้อเลย

ปล.
ถ้าหากเรื่องราวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในเอเจนซี่ที่คุณทำงานอยู่ ก็ถือว่าโชคของคุณยังดี
เพราะสิ่งเหล่านี้มีแต่ในเอเจนซี่ระยำเท่านั้น !!!

…บาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s